Apinan 的个人资料jiw_de_jazz照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
7月23日 What is your favorite comic book?ประเภทของหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น (MANGA) รวมถึงหนังสือการ์ตูนไทยด้วยนะ
แนว สืบสวนสอบสวน(Detective comic)
เช่นเรื่อง คินดะอิจิ โคนัน คุณจะเป็นคนเปิดผย ชอบพูดชอบคุย บางครั้งละเอียดกับชีวิตมากเกินไป รักเพื่อน และชอบดูแลคนอื่นๆ
แนววิทยาศาสตร์(Scientific comic)
คุณชอบผจญภัยไมชอบอยู่กับสิ่งเดิมๆ คุณชอบค้นหาการเปลี่ยนแปลงใหม่และสิ่งที่น่าตื่นเต้น เช่น ปีนเขา, บันจี้จั๊มป์ คุณสนใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ และใช้ชีวิตสำหรับอนาคตมากกว่าปัจจุบัน
แนวตลก(Comedy comic)
คุณชอบที่จะอ่านการ์ตูนขำขัน เช่น Kuromaty คุณเป็นคนอ่อนโยน และไม่ชอบทะเลาะกับผู้อื่น คุณมักจะประนีประนอม และเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตามสิ่งแวดล้อม(กิ้งก่าหรือป่าวนะ)
ปรับตัวง่าย และเป็นคนง่ายๆ ไม่ยากที่จะเป็นเพื่อนกับคุณ
แนวต่อสู้(Fighting comic) คุณชอบความท้าทายมากๆ และไม่สนใจกับกฏเกณฑ์ของสังคม คุณกล้าอย่างบ้าระห่ำ คุณมักจะทำบางสิ่งบางอย่างให้เพื่อนๆ หรือกับคนรักของคุณ
ข้อเสียคือคุณไม่สนใจใครและเลือดร้อน
แนวกีฬา(Sport comic) คุณเป็นนักสู้ที่ดี โดยเฉพาะเวลามีอุปสรรคในชีวิตของคุณ คุณเผชิญหน้ากับอุปสรรคและแกปัญหาได้เสมอ อย่างไรก็ตาม คุณหัวรั้น และไม่คุณไม่ค่อยฟังเสียงของคนอื่นถ้าคุณคิดว่าคุณถูกต้องแล้ว
แนวโรแมนติค(Romantic comic) คุณหลงไหลความรักอันหวานชื่นในหนังสือการ์ตูน คุณจินตนาการถึงคนนั้นในหนังสือการ์ตูน คุณฝันถึงชีวิตที่สมบูรณ์แบบเสมอ คุณชอบปิดบังความรู้สึก และไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา
----------------------------------------------------------
5月6日 เต้าฮวย ฟรุ๊ทสลัด ในวันว่างๆวันว่างๆก็ทำขนมกินเองดีกว่า
เต้าฮวย ฟรุ๊ทสลัด
ดูเหมือนทำยากเลย
ทุกอย่างก็สำเร็จหมดแล้วล่ะ
ซื้อ อยู่สองอย่าง
- ผลไม้รวมกระป๋อง
- เต้าฮวยเย็น แบบซอง
ขั้นตอน การทำ
- ต้มน้ำ 720mL
- พอน้ำเดือด ก็ใส่ผงเต้าฮวยเย็น หมดซอง
- เทน้ำเต้าฮวยเย็น(ที่ยังร้อนอยู่) ลงในถาด
![]() - แบ่งลงใส่ชาม แล้วเทผลไม้กระป๋องลงไปโรยหน้า
เป็นอันเสร็จสิ้น
พิมพ์ซะนานเลย ใช้เวลาการทำจริงๆ ประมาณ10 นาที รอเต้าฮวยเย็น เย็นอีกประมาณ 1 ชั่วโมง
ลองทำกินนะครับ อร่อยมาก 2月13日 พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาวนานมาแล้ว..สมัยที่โลกยังมีพระจันทร์ 2 ดวง มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง
..กับอีกดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย และดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้
ต่างก็รักกันมาก ดวงจันทร์ทั้งสองไม่เคยแยกห่างจากกัน… ...ทุกๆ คืนเมื่อมองไปบนฟ้า จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่ อยู่เคียงข้างกันเสมอ.. แต่แล้ววันหนึ่ง ……………………………………………… ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบกับดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงหลงใหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์
จนเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อย .......... ....และก็แยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งในที่สุด...
เมื่อค่ำคืนมาถึง.. จึงมีดวงจันทร์ผู้ชายเหลืออยู่ เพียงดวงเดียว
... ส่วนดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหา
ดวงจันทร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง .... คืนแล้วคืนเล่า วันเวลาล่วงผ่านไป แต่ดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ.. ..... ด้วยความคิดถึง
และอยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า
\"หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้
คงไม่ได้เจอแน่ๆ\" จึงตัดสินใจ.. ระเบิดตัวเอง เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ไปทั่วทั้งจักรวาล เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น... ..... เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิง ได้เห็นถึงความจริงว่า.. แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้า สวยงามสักปานใด แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้า แต่เพียงเธอเท่านั้น ยังส่องแสงไปยังดาวดวงอื่นๆ อีกมากมาย ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง....
.... แต่หาเท่าไรก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง เพียงเพื่อตามหาตน จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ
ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอ กับดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไปแล้ว จึงได้แต่โศกเศร้า และเสียใจ ....
แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดวงจันทร์ผู้ชาย มีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสง
ที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตน ส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์ จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาว ให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ .... หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน วันไหนที่เห็นจันทร์สวยสด วันนั้น คุณก็จะไม่เห็นดาวดวงเล็กดวงน้อยส่องแสง หรือ วันใดคุณเห็นดาวเปล่งประกายเต็มฟ้ามืด วันนั้น คุณก็จะไม่พบดวงจันทร์.... .....เขาและเธอ ไม่อาจพบกันตลอดกาล..... 2月2日 ขั้นตอนการเปลี่ยนTouch Screen O2 ATOMซื้ออะไหล่มาจากต่างประเทศ(เมืองไทยหาไม่ได้)
เปิดซอง Seal อย่างดี
อุปกรณ์ทั้งหมดในกล่อง(หาร้านดีๆเค้าจะให้ไขควงมาด้วย)
ผู้ป่วยของเราถอดเตรียมพร้อมแล้ว
แนะนำอุปกรณ์ เพิ่มเติมเผื่อใช้ ไขควงสำหรับมือถือ
เครื่องพร้อมอุปกรณ์พร้อม ลุยกันเลย
เปิดด้วยใช้ไขควงมุมล่าง2จุด
เปิดด้านบน งัดออกมาเลยครับ ทีแรกหาน๊อตตั้งนาน :p
ไขน๊อต มุมบนอีก 2จุด
ฝาหลังก็จะออกมาแล้ว
ดูกันให้ชัดๆ Mainboard ของO2 ATOM
สายแพรข้างล่างระวังให้มากๆนะครับ ขาดที ซื้อจอLCDใหม่เลย 2พันกว่าบาท
ลืมบอกต้องถอดมันด้วย โดยงัดตัวดำๆขึ้นมาก่อน จะดึงสายแพรออกอย่างง่ายดาย
สายแพรที่น่ากลัว
งัดตัวนี้ด้วยนะ ไม่งั๊นดึงไม่ออก
อุปกรณ์ทั้งหมดจะเป็นอย่างนี้
พลิกจอ LCD จะแยก Touchscreen ออกมาได้เช่นนี้
มีจุดปัดกรีเล็กๆ4จุด ต้องใช้ฝีมือหน่อยในการเอาออก
เทียบกันหน่อย ของเก่ากับของใหม่
บัดกรีเข้าที่เก่าก็เป็นอันจบ
ถ้าจะให้ดีใช้กระดาษแข็งช่วยในการบัดกรีจะช่วยได้เยอะมาก
ปัญหาที่เจอ
ใส่กลับแล้ว Align Screen ไม่ผ่าน ให้ดูจุดบัดกรีดีๆว่าดีหรือป่าว ถ้าAlign เกิน5ครั้งแล้วไม่ผ่านให้บัดกรีใหม่ เหนื่อยๆ ประสบการณ์จอTouch Screen O2 ATOMแตก3ครั้งหลังจากมีประสบการณ์อันเลวร้ายจากศูนย์O2 ก็คิดว่าประกันมันไม่มีความหมายแล้ว
ก็หาเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ PDA Phone เพื่อหาความรู้ ก็เจอ www.mrpalm.com ก็เป็นเว็บที่อัพเดท, และความรู้เยอะมากๆ
ทีแรกตามไม่ทันเลย จนหลังๆตามได้ว่าคุยอะไรกัน, รู้ว่าร้านไหนเป็นร้านที่น่าเชื่อถือ
พอมีความรู้ซักหน่อยแล้ว ก็เกิดอุบัติเหตุอีกจนได้ Touch Screen แตก จอแสดงผลดีแต่จิ้มไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย
จากการไปศูนย์ครั้งแรกทำให้เรารู้ว่า LCD กับ Touch Screen มันแยกกัน ถ้าหาซื้อ Touch Screen อย่างเดียวได้ก็จะถูกกว่าเยอะ
จอแตกครั้งที่1
เราก็ถามราคาตามเว็บบอร์ด ราคาพอประมาณก็คิดว่าไปหาซื้ออะไหล่มาให้ช่างถอด ประกอบดีกว่าน่าจะถูกกว่า
ก็ถามตามร้านขายอะไหล่ของไทย+ถามในเว็บ mr.palm ก็ได้คำตอบว่า"ไม่มีขายในไทย"
เราก็ด้วยความที่เคยเป็นพ่อค้าในEbay ก็หาตามเว็บ Ebay ก็คำนวนราคาแล้วพอใช้ได้
ก็ได้สั่งอะไหล่มา แล้วไปที่ร้านคุณนพพงษ์ ที่IT Mall เปลี่ยนTouch Screen เสร็จใช้ได้ดี
ราคาค่าเปลี่ยนพอใช้ได้ประมาณ500
หลังจากนี้ก็เริ่มคิดจะขายทิ้งแล้ว แต่ราคามันน้อยมากๆ เลยเก็บไว้เป็นเครื่องสำรองดีกว่า
จอแตกครั้งที่2
ผ่านจากเปลี่ยน Touch Screen มาประมาณ1-2 วัน
ด้วยความไม่ระวังของเราก็ยังใส่แค่ซิลิโคน ไม่มีอะไรมาป้องกันจออันบอบบางเลย
และด้วยความกลัวจะจอแตกอีกเราก็ใส่มือถือไว้ในกระเป๋าเป้
เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง จะเอามือถือออกมาใช้ ปรากฏว่าจอTouch Screen แตกอีกแล้ว
โอ้ว!!!
เราบ่นให้ช่างฟังเค้าก็ลดราคามาให้เหลือ400บาท
จอแตกครั้งที่3
หลังจากจอแตกครั้งที่2 ก็ซื้อซองหนังมาใส่อย่างเรียบร้อย อยู่ได้นานเชียว
จนถึงวันที่ต้องไปเที่ยวเมืองนอก น้องชายอยากลองใช้PDA Phone บ้าง
เราก็ให้ยืมไป ก็ได้คืนมาปกติ แต่ไม่ได้ซองหนังคืนมา
ระหว่างรอคืนซองหนัง เราก็ใช้เครื่องเปลือยๆไปก่อน ก็สะดวกดีนะบางดี
รักษาอย่างดีด้วย จนวันนึงเอามาใส่กระเป๋ากางเกง เดินไปเดินมา เดินไปชนมุมโต๊ะ ดัง"เปรี๊ยะ"เลย
ควักออกมา จอแตกอีกแล้ว
คราวนี้ก็ สั่งซื้อทางEbay ตามปกติ แต่เดินไปหาไขควงสำหรับไขมือถือ ที่เสือป่าพลาซ่า
หาข้อมูลจากเว็บเพื่อเปลี่ยนเองแล้ว...
ไม่ไหว ประสบการณ์อันเลวร้ายกับศูนย์O2เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ค่อยรักษาของ ส่วนมากของที่ซื้อคิดเสมอว่าซื้อมาเพื่อใช้งานไม่ได้ซื้อมาเพื่อรักษาซื้อมือถือมาก็จะไม่ค่อยรักษา
จนได้ซื้อ O2 ATOM ซึ่งเป็นPDA Phone ก็เริ่มมีปัญหาเพราะเป็นมือถือที่ค่อนข้างบอบบาง
ตั้งแต่ซื้อมา(ต้นปี 2006) ก็ไม่ค่อยรักษามากมาย แปะแผ่นกันรอยเพราะแถมมา ใส่ซิลิโคนก็เพราะมีคนซื้อมาให้
จนถึงวันใกล้หมดประกันประมาณ5วัน เราก็วางมือถือบนโต๊ะกินข้าวตามปกติ กลับมาดูอีกทีจอมือถือมีน้ำเข้า ตกใจผสมเศร้ามาก
ลองจิ้มๆจอดูก็ไม่ค่อยดีแล้ว ก็วิ่งไปศูนย์ O2 ที่ IT MALL(Fortune) ทันที
ก็เอาเข้าศูนย์ตามปกติ คิดว่าล้างๆก็จบ 2-3วันแรกเราก็โทรตามตลอดเพราะเป็นห่วงมาก แต่ได้คำตอบว่ายังไม่เอาส่งเข้าศูนย์ซ่อม
เราก็ โอ้โห อะไรเนี่ยไม่สนใจมือถือเราเลย จนประมาณ1อาทิตย์ผ่านไป ศูนย์ก็โทรมาว่าจะซ่อมให้แล้วนะ ต้องเปลี่ยนTouch Screenค่าซ่อมพันกว่าบาท(จำไม่ได้แล้ว)
แต่ Mainboard โดนความชื้น อาจจะทำงานไม่ปกติ ถ้าไม่เปลี่ยนตอนนี้อนาคตอาจจะไม่ดี(ให้เปลี่ยนM/Bตามระเบียบศูนย์O2) เราก็เปลี่ยนแต่ Touch Screen ดิ
คิดว่าเด๋วเลิกใช้แล้ว เอาพอใช้ได้ก็พอ
ที่เด็ดสุดก็ตอนนี้ที่มารับเครื่องนี่แหละ เราก็ไปรับเครื่อง รอตามปกติพนักงานก็น้อยคนเอามาซ่อมก็เยอะเหลือเกิน
ถึงคิวเราก็ตรวจเครื่องตามปกติ เซ็นต์รับของจะจ่ายเงินแล้ว เราก็เอะใจ!!!ถามว่า มันอยู่ในประกันนะตอนเอามาเข้าศูนย์
พนักงานก็อึ้งๆ ตอบมาว่าพี่เซ้นต์รับแล้วหนิ ต้องจ่ายเงินแล้วล่ะ เซ็งเลย
รัยเนี่ย รู้สึกโดนหลอกอย่าแรง ศูนย์ฯO2 นะเนี่ย
ตั้งแต่นั้นมาไม่คิดจะเข้าศูนย์มันเลย หาร้านซ่อมข้างนอกดีกว่าถูกว่าเยอะเลย
เพราะประกันของมันก็ไม่เห็นจะช่วยอะไรเลย
ร้านประจำตอนนี้ก็ร้านคุณนพพงษ์ , และหาประสบการณ์ซ่อมเองดีกว่า
12月1日 สามก๊ก ฉบับนักบริหาร : ศัตรูของศัตรูคือมิตรของเรา
สถานการณ์การเมืองในดินแดนจีนยุคนั้น แม้จะไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ แต่ละหัวเมืองต่างส้องสุมกำลังคอยจ้องจะแย่งชิงดินแดน สร้างสมอำนาจกันอย่างเอาเป็นเอาตาย มีโจโฉเป็นเผด็จการอยู่ในเมืองหลวงฮูโต๋ ยึดอำนาจเหนือพระเจ้าเหี้ยนเต้ ลอบออกพระบรมราชโองการสั่งการโดยพละการตลอดเวลา
อยู่มาวันหนึ่ง ลิโป้ที่ยึดเมืองชีจิ๋วสั่งการให้ซงเหียนกับงุยซกไปกว้านซื้อม้าที่เมืองซัวตั๋ง ได้ม้ามา 300 ตัว ตกกลางคืนมีคนร้ายแอบตีชิงเอาม้าไปครึ่งหนึ่ง สืบได้ความว่าเตียวหุยน้องเล่าปี่ คุมพรรคพวกปลอมตัวเป็นโจรป่ามาแย่งชิงเอาม้าไป ลิโป้ไม่ชอบหน้าเตียวหุยเป็นทุนอยู่แล้วได้ยินดังนั้นก็โกรธ จัดแจงทหารพร้อมแล้วก็ยกไปเมืองเสียวพ่าย เพื่อจับเตียวหุยกับพวกที่เป็นโจร เล่าปี่รู้ความก็ตกใจคุมทหารออกมาตั้งรับ ร้องถามลิโป้ว่า ที่ท่านยกกองทัพมานี้ด้วยเหตุใด ลิโป้ยกแส้ม้าชี้หน้าเล่าปี่แล้วร้องว่า ครั้งกิเหลงยกทัพมารบเสียวพ่าย เราได้ช่วยคิดอ่านแก้ไขท่านจึงรอดชีวิต แต่มิรู้จักบุญคุณคน ควรหรือมาตีชิงปล้นเอาม้าของเราไป เตียวหุยได้ยินลิโป้กล่าวหยาบช้าแก่เล่าปี่ก็โกรธ มิทันที่เล่าปี่จะตอบ เตียวหุยร้องตอบลิโป้ว่า ตัวกูนี่แหละเว้ยไปตีชิงเอาม้ามึง แล้วมึงจะทำไมกู ทีมึงตีชิงเอาเมืองชีจิ๋วของพี่กูไป มึงคิดว่ากูไม่โกรธมึงหรอกหรือ ลิโป้ได้ยินดังนั้นก็บันดาลโทสะ ขับม้าออกรบกับเตียวหุยได้ร้อยเพลง เล่าปี่เกรงเตียวหุยจะเสียที สั่งให้ตีม้าล่อขึ้นยกทัพกลับเข้าเมือง ลิโป้จึงเข้าล้อมเมืองไว้ทั้งสี่ด้าน เข้ามาในเมืองเล่าปี่จึงบอกเตียวหุยให้รู้ว่า ที่เกิดเหตุใหญ่เพราะตัวไปชิงเอาม้าลิโป้ เมื่อถูกคาดคั้นหนักเตียวหุยยอมคลายบอกที่ซ่อนม้าที่วัดก๊กอี้บนเนินเขา เล่าปี่จึงสั่งให้ทหารออกไปขอขมาลิโป้ เอาม้าที่เตียวหุยยึดมาไปคืน ลิโป้จึงค่อยคลายโกรธ แต่ตันก๋งกลับแนะว่า เหตุการณ์มาถึงขั้นนี้ ท่านจะรั้งรออยู่ทำไม ควรกำจัดเล่าปี่เสียตอนนี้ จะได้สิ้นเสี้ยนหนามที่จะคอยทำอันตรายแก่ท่าน ลิโป้เห็นชอบด้วย สั่งทหารเข้าตีเมืองเสียวพ่าย ทัพเล่าปี่อ่อนกำลังกว่าต้านลิโป้ไม่ได้ บิต๊กกับซุนเขียนสองกุนซือจึงแนะนำเล่าปี่ว่า ศัตรูของศัตรูคือมิตรของเรา โจโฉมีความพยาบาทลิโป้อยู่ เราควรตีฝ่าหนีออกไปเมืองฮูโต๋ ขอทหารโจโฉแล้วจึงยกกลับมารบกับลิโป้ เล่าปี่เห็นชอบด้วยตกยามสามเดือนสว่างให้เตียวหุยเป็นกองหน้า กวนอูเป็นกองหลัง เล่าปี่กับครอบครัวอยู่กองกลาง ตีฝ่าวงล้อมมุ่งไปตั้งอยู่นอกเมืองฮูโต๋ เมืองเสียวพ่ายจึงตกเป็นของลิโป้ตั้งแต่นั้นมา เล่าปี่สั่งให้ซุนเขียนเข้าไปแจ้งแก่โจโฉว่า ลิโป้ยกมาตีเมืองเสียวพ่ายแตก จึงหนีมาเพื่อขอพึ่งอยู่ด้วยกับท่าน โจโฉมีความยินดีแสดงใจนักเลง แต่งทหารออกไปรับเล่าปี่เข้ามาในเมืองแล้วว่า เล่าปี่อุปมาเหมือนหนึ่งคนแซ่เดียวกัน ทั้งสองฝ่ายต่างถ้อยทีถ้อยอาศัย โจโฉจึงบอกแก่เล่าปี่มิพึงต้องทุกข์ใจ เราจะช่วยท่านยกทัพไปตีชิงเมืองชีจิ๋วกำจัดลิโป้เสียให้ได้ เล่าปี่คำนับขอบใจโจโฉ แล้วก็ลากลับมายังค่ายทัพนอกเมือง ลับหลังเล่าปี่ ซุนฮกแนะนำโจโฉว่า เล่าปี่มันเป็นมังกรเหมือนกัน มิควรคบไว้นานไปจะเป็นภัย บัดนี้เล่าปี่ตกอับมาอยู่ในเงื้อมมือเราควรจะฆ่าเสีย โจโฉไม่เห็นด้วยก็นิ่งฟัง ซุนฮกก็ลาไป กุยแกจึงว่าที่ซุนฮกแนะให้ฆ่าเล่าปี่นั้น มิอาจเห็นด้วย ทุกวันนี้ท่านโจโฉคิดการใหญ่ ควรหาผู้มีสติปัญญามาร่วมคิดการด้วยถึงจะถูก การฆ่าศัตรูเพียงคนเดียว แต่สูญเสียศรัทธาไปทั่วมิคุ้มกัน เล่าปี่เป็นคนมีสติปัญญา หนีร้อนมาพึ่งเย็น ถ้าท่านสั่งฆ่าเล่าปี่ คนทั้งปวงที่หมายมีใจจะมาร่วมการด้วยก็จะกลับใจ สวนทางกับความรู้สึกนึกคิดประชานิยม โจโฉเห็นด้วยกับกุยแกจึงว่า ความคิดของท่านตรงกับใจข้า ครั้นเวลาเช้าโจโฉเข้าเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ กราบบังคมทูลเรื่องราวทั้งหมด ขอตั้งเล่าปี่เป็นเจ้าเมืองอิจิ๋ว พระเจ้าเหี้ยนเต้ก็โปรดให้ตามที่โจโฉกราบบังคมทูล เทียหยกกุนซืออีกคนหนึ่งของโจโฉจึงท้วงติงว่า เล่าปี่เป็นคนเก่งมีสติปัญญา มีหรือจะเป็นผู้น้อยอยู่ใต้บังคับบัญชาของใครนั้นหามิได้ นานไปจะเอาใจออกห่าง ให้ครองพื้นที่เท่ากับเลี้ยงเสือ ท่านจงจับตัวเล่าปี่ฆ่าเสียจึงจะถูก โจโฉกำลังอยู่ในอารมณ์อยากใช้นอมินีจึงตัดบทว่า เสือตัวนี้เราต้องฆ่า แต่มิใช่ฆ่าตอนนี้ เรากำลังคิดการใหญ่ ต้องเอาใจดึงคนมีสติปัญญามาไว้ใช้งาน ถ้าฆ่าเล่าปี่คนทั้งปวงรู้เข้าก็จะเสียใจ อีกทั้งกุยแกก็เห็นด้วยเรื่องนี้มิต้องพูดท้วงติงอีกแล้ว วันต่อมาโจโฉจึงจัดทหารสามพันให้แก่เล่าปี่ ตั้งให้เป็นเจ้าเมืองอิจิ๋ว กำชับเล่าปี่ เมื่อได้จังหวะจึงยกไปตีเมืองเสียวพ่าย เกลี้ยกล่อมผู้คนจะได้เป็นกองกำลังไปกำจัดลิโป้ที่เมืองชีจิ๋ว เล่าปี่รับคำโจโฉ คำนับแล้วลาไปตั้งอยู่ที่เมืองอิจิ๋ว การตัดสินใจช่วยเล่าปี่ของโจโฉ ลึกๆ ในใจโจโฉก็มิได้ไว้วางใจในตัวเล่าปี่มากมายนัก แต่เป็นกุศลกรรมของเล่าปี่ได้ทำไว้แต่หนหลัง การปราบโจรโพกผ้าเหลืองอย่างมีผล ความสุภาพอ่อมน้อมถ่อมตนในช่วงที่ร่วมทัพ 18 หัวเมืองภายใต้ร่มธงของกองซุนจ้าน ความห้าวหาญของกวนอู เตียวหุย ในการสู้รบกับทัพตั๋งโต๊ะกับลิโป้ ทั้งหมดนี้ยังตรึงประทับใจโจโฉอยู่มิคลาย โจโฉเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์อยากได้คนเก่งมีฝีมือกอปรด้วยสติปัญญามาร่วมงานด้วย อีกทั้งยังเห็นว่าเล่าปี่กับน้องทั้งสองมีฝีมือทางการสู้รบที่เคยพิสูจน์มาให้เห็นกันจะๆ มาแล้ว เอาไว้ใช้เพื่อกำจัดลิโป้ อ้วนสุด อ้วนเสี้ยวกับม้าเท้ง รวมทั้งกองกำลังต่างๆ ที่แข็งเมืองขึ้นได้ในอนาคตโดยที่ตัวโจโฉเองเพียงแต่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังมิต้องลำบากออกหน้า นี่คือมุมมองเหนือชั้นของโจโฉที่กุนซือหลายคนมองข้าม นโยบายการสร้างนอมินีของโจโฉ จึงเป็นนโยบายที่ถูกต้องตามสถานการณ์ในขณะ นั้น โดยมิต้องต่อท่อให้เปลืองเงินจากท้องพระคลังมากมายนัก เพราะแนวนโยบายกับปูมหลังของเล่าปี่ก็มิใช่คนทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงในทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่เคยมีประวัติทางการเมืองที่ชอบไข่เน่าๆ ไว้แล้วทิ้ง ปล่อยให้กาลเวลากับความอ่อนแอของกฎหมายตรวจสอบล้าไป กลบความไม่ถูกต้องของพรรคพวกและของตัวเองตามธรรมชาติความอ่อนแอ่ของการปกครอง อีกทั้งเล่าปี่กับพวกต่างยึดมั่นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอยู่แล้ว โจโฉคิดได้ดังนี้จึงกระหยิ่มใจที่ตนจะหลอกใช้เล่าปี่ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันภายในใจของเล่าปี่ก็นึกกระหยิ่มที่มาพึ่งใบบุญโจโฉ กับหลอกใช้โจโฉในครั้งนี้ได้สำเร็จเช่นกัน นอกจากได้กองกำลังของเล่าปี่มาเป็นพวกแล้ว โจโฉยังตั้งหน้าตั้งตาเสาะแสวงหาคนดีมีสติปํญญาและคนมีฝีมือมาไว้เป็นพวก เลี้ยงดูผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยความรักใคร่ไว้วางใจ ฝ่ายบุ๋นกุนซือล้วนเป็นคนมีปัญญาวิชามารครบเครื่องอาทิ ซุนฮก ซุนฮิว กุยแก เทียหยก รองลงไปก็มี ลิยอยกับหมันทอง โจโฉเลือกกุนซือโดยพยายามเลือกคนที่ไม่มีความไฝ่สูงทางการเมือง โจโฉรู้ว่า ถ้าคนที่มีความฝักไฝ่ทางการเมือง ผู้นั้นย่อมนำพาตนเองไปสู่ความมักใหญ่ไฝ่สูง คอรัปชั่นฉ้อราษฎร์บังหลวง โอกาสที่จะทรยศหักหลังผู้คนแลผู้บังคับบัญชาจะมีสูงกว่าคนที่ไม่มีความทะเยอทะยานทางการเมือง ทางด้านฝ่ายบู๊ คนดีมีฝีมือที่โจโฉรักใคร่นับถือมากที่สุดได้แก่ เตียนอุยชาวเมืองตันลิว แฮหัวตุ้นนายทหารเอกญาติโจโฉนำมาฝาก เตียนอุยเป็นคนร่างใหญ่ กล้าหาญเข้มแข็ง เป็นนักฆ่าคนแก้แค้นแทนเพื่อน ฆ่าแล้วตัดศีรษะหิ้วเข้าตลาด ผู้คนมิกล้าเข้าใกล้ ชำนาญถือหอก 2 ง่ามหนัก 80 ชั่ง ขึ้นม้าชอบหนีบอาวุธไว้กับตัว ครั้งหนึ่งลมพายุพัดจัด เสาธงใหญ่หน้าค่ายเอนจะล้มลง เตียนอุยใช้มือข้างเดียวยันเสาธงขึ้นตรงดังเก่าได้อย่างง่ายดาย และเตียนอุยคนนี้แหละที่เคยช่วยชีวิตโจโฉรอดพ้นจากลิโป้ที่ปักเอี้ยง โจโฉเชื่อในปรัชญาเดียวกันกับอริสโตเติลที่บอกว่า ความดีของมนุษย์ต้องสิ้นสุด เมื่อเริ่มเล่นการเมือง การเลือกนายทหารโจโฉจึงเลือกบุคลากรที่เป็นทหารอาชีพ มีจิตวิญญาณเป็นทหารจริง ๆ โดยไม่ไฝ่โลภทางการเมือง บทเรียนชีวิตในอดีตของโจโฉผ่านประสบการณ์เลวร้ายจากการกระทำของบรรดาแม่ทัพนายกอง ที่นำการเมืองเข้ามาปะปน จนกลายเป็นกองทัพแห่งความโลภขวนขวายอันมิรู้สิ้นสุด โจโฉได้รับบทเรียนชีวิต ได้ เห็นผู้นำหลายคน ถูกทำลายจากความคิดผิดๆ ทางการเมืองทั้งสิ้น 11月21日 รมว ที่ทำงานดีที่สุด รัฐบาลนี้ : น้ำมัน 200 ดอลลาร์จะเกิดอะไรขึ้นกับไทย?รัฐบาลนี้บางคนก็ว่าเป็นรัฐบาลเต่า รัฐบาลรักษาการณ์ ไม่ทำอะไร
จากการติดตามของผม มีรัฐมนตรีท่านนึง คือ
ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.กระทรวงพลังงาน ชอบที่วิสัยทัศน์ที่ไม่เหมือนนักการเมือง แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ
ท่านบอกจะไม่อุดหนุนค่าน้ำมันโดยการลดภาษีน้ำมัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามหลักการ ไม่ได้ทำตามกระแสนิยมเลย
เพราะชาวบ้านก็เข้าใจเรื่องน้ำมันแพงกันดี และท่านก็ชงเรื่อง พรบ.พลังงานนิวเคลียร์ ทิ้งทวนไว้แล้วด้วย
ถ้ารอรัฐบาลหน้านะ ท่าทางจะไม่ได้ทำแน่ๆ เพราะเสียคะแนนเสียง
และวันนี้อ่านบทความ กาแฟดำของคุณหยุ่น ได้เห็นมุมมองของ รมว. ผู้นี้ ไม่ธรรมดาจริง
ลองอ่านกันดูนะ
|
11月20日 Magnificent ใครเทียบนามพระองค์ที่ได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรก คงเป็นวันซ้อมนมัสการ
ที่พี่นิวเอาเพลงใหม่มาให้ฟังก็ฟังแล้วเพราะดีนะ
เราก็เล่นๆไปเพราะดีความหมายดีได้นมัสการ
ได้ฟังอีกครั้งตอนที่ Worship Network มาซ้อมที่โบสถ์
โฮ้โห เพราะมาก มันทั้งนิ่มนวล แฝงด้วยความแข็งแกร่งภายใน
มาฟังกันเลยดีกว่า
10月25日 ขั้นตอนการยื่นขอ หนังสือเดินทางใหม่ขั้นตอนการยื่นขอ หนังสือเดินทางใหม่ ขั้นตอนที่ 1 รับบัตรคิว หน่วยงานในสังกัด กองหนังสือเดินทาง กระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ อาคารกรมการกงสุล 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา ศูนย์การค้าเซ็ลทรัลซิตี้ บางนา บริเวณลานจอดรถ ชั้น P9 10月17日 คาถาเล่นหุ้น..มือใหม่ |
|
อย่าทำลายรักของคุณ ... ด้วยคำว่า เบื่อ !
|
|
| หลังจากหมดช่วงข้าวใหม่ปลามัน คู่แต่งงานส่วนใหญ่ มักจะให้ความสนใจ ในเรื่องการสร้างครอบครัวเป็นหลัก ยิ่งถ้าอยู่ในฐานะคุณแม่บ้านด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งแล้วใหญ่ค่ะ เพราะต้องรับบทหนักทั้งงานราษฎร์งานหลวง สุดท้ายก็ไม่เหลือ เวลาส่วนตัวให้ตัวเองได้หายใจหายคอ หรือเอาอกเอาใจคนรักอย่างที่เคยทำ ของแบบเนี้ยนะ ยิ่งนานก็ยิ่งชิน ยิ่งชินก็ทำให้เบื่อ และนี่แหละคือ ที่มาของโรคเบื่อ ที่จะทำให้คุณ กลายเป็นแม่น้ำพริกถ้วยเก่า ของคุณสามีที่ยังรัก และชอบความตื่นเต้นในชีวิตอยู่ไปเสียทีเดียว ทำยังไงไม่ให้ "เบื่อ" 1. ความเชื่อใจกัน ความเชื่อใจนี้ ถือเป็นการให้เกียรติ และการยอมรับในความต้องการ ที่แตกต่างของกันและกัน หมายถึงทั้งคู่ต้องไม่โกหก หลอกลวง และจะไม่พูด หรือทำ สิ่งใดที่ทำให้อีกคนต้องเสียใจ หรือเป็นการ ทำลายชีวิตคู่ 2. การรักษาสัญญา นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตแต่งงาน เมื่อคุณได้ให้สัญญาต่อกัน สัญญานั้น เปรียบเสมือนเกราะป้องกัน ไม่มีสิ่งใดมาทำลายความรักของคุณได้ "จะรักคุณ.ไม่ว่ายามเจ็บหรือยามสบาย จะรักคุณจนกว่าชีวิต จะหาไม่" คำสัญญานี้ จะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายจากกันไปเท่านั้น การรักษาคำมั่นสัญญา นอกจากจะช่วยให้คุณทั้งสอง สามารถผจญกับ อุปสรรคต่างๆ จนไปถึงเป้าหมายสูงสุดได้แล้ว มันยังช่วยให้คุณดิ่งลงสู่ก้นเหวแห่งความทุกข์..เพราะคุณ ผิดคำสัญญานั้น 3. มีทักษะความชำนาญ ชีวิตแต่งงาน เป็นการที่คนทั้งสอง ตกลงว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ซึ่งต้องอาศัยการทำความเข้าใจกันมากเป็นพิเศษ คุณต้องสามารถ แสดงออกว่า ต้องการอะไร รู้จักรับฟังเหตุผล ของอีกฝ่าย สามารถตัดสินใจ ในเรื่องต่างๆ ได้ดี สามารถไกล่เกลี่ยต่อรองได้ แก้ปัญหาข้อขัดแย้งได้ ให้ความสนใจที่จะ พูดคุยกัน และแน่นอน คุณจำเป็นต้องรู้ว่าจะทำมาหากินอะไร และรู้วิธีทำอาหาร วิธีดูแลบ้านช่องให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และสำคัญที่สุด วิธีการเป็นพ่อเป็นแม่คนที่ดี เขาทำกันอย่างไร 4. การเอาใจใส่ดูแล วิธีทะนุถนอมให้ชีวิตคู่ยืนยาวนั้น คุณต้องรู้จักวิธี เอาอกเอาใจกันบ้าง บางคู่แค่มองตา ก็รู้ว่าต้องการอะไร และจะทำแต่สิ่งที่เขาชอบ และจะไม่ ทำอะไรที่เขาไม่ชอบให้ขุ่นเคืองใจ ซึ่งจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน ที่ได้คุณเป็นคู่ชีวิต 5. การเอาใจเขามาใส่ใจเรา "จงทำกับคนอื่นเหมือนกับ ที่อยากให้คนอื่นทำกับคุณ" หมายความว่า การจะทำสิ่งใดก็ตาม ให้คุณคิดก่อนว่า เมื่อทำแล้วจะทำให้เกิด ผลดี หรือผลเสีย กับใครหรือเปล่า ถ้าไม่ดีก็อย่าทำ เพราะคุณคงไม่อยากให้ใครมาทำแบบนั้นกับคุณเหมือนกัน วิธีนี้ี้ นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้คุณทำอะไร ที่จะทำร้ายจิตใจคนที่คุณรักแล้ว ยังเป็นเหมือนตาข่ายที่จะช่วยกลั่นกรองให้คุณทำหน้าที่สามีหรือภรรยาที่ดี ได้สำเร็จอีกด้วย 6. ความเพียร จะมีประโยชน์อะไร ถ้าคุณเป็นคนที่ เชื่อใจได้ รักษาสัญญา มีความรู้ มีทักษะ และรู้วิธีดูแล เอาใจใส่ แต่ไม่ได้ใช้มัน การที่ชีวิตคู่จะอยู่ดีมีสุขได้ คุณต้องใช้ความพยายามในทุกๆด้าน ตลอดทั้งชีวิตของคุณทีเดียว 7. การคาดหวัง เหตุผลอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คู่สามีภรรยารู้สึกว่าชีวิตแต่งงานของตัวเองล้มเหลว เมื่อพบว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งความหวังกับตัวเองไว้สูงมาก เป็นเรื่องปกติที่คนเราจะวาดวิมานในอากาศ ถึงความสุขีสุโข กับชีวิตคู่ โดยคาดหวังว่า คู่ของตัวจะต้องเลิศเลอเพอร์เฟค เป็นเพื่อนคู่คิดที่ดี เป็นตู้ ATM ให้กดได้ตลอดเวลา และที่สำคัญ มีความช่ำชองที่สุด กับเรื่องบนเตียง เฮ้ย.. ดูท่าความฝันคงไม่มีทางเป็นจริงได้! เพราะเรื่องจริงกับ ความฝัน มันช่างห่างไกลกันเหลือเกิน แน่นอนที่คุณจะต้องพบกับความผิดหวังครั้งใหญ่ ต้องเผชิญกับความล้มเหลว ความเสียใจ แต่เชื่อเถอะ ในที่สุด คุณจะค่อยๆยอมรับความจริงได้เอง วิธีบำรุงชีวิตคู่ให้สุขสันต์ เลือกเวลาเหมาะๆเพื่อใช้เป็นเวลาอันมีค่า สำหรับพูดคุยกับคนรัก เกี่ยวกับ ชีวิตคู่ของคุณทั้งสอง หมั่นแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึก และความต้องการของคุณ แต่เฉพาะในแง่ดีและสร้างสรรค์เท่านั้น เพราะยังไม่ถึงเวลา ที่จะมาต่อว่าหรือโต้เถียงกัน กล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึก ที่เป็นตัวตนจริงๆ ออกมา ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์แบบไหน : สนุกสนานเริงร่า เจ็บช้ำน้ำใจ เพ้อฝัน หรือแม้แต่ เวลายินดี มีความสุข) โดยไม่ต้องคำนึงถึง เหตุผล ดีเลว และถูกผิด ใดๆทั้งสิ้น คิดจะพูด ก็ให้พูดเพื่อตัวคุณเอง โดยใช้คำเหล่านี้ "ฉันรู้สึกว่า" "ฉันอยากจะ.." "ฉันคิดว่า.." "ฉันชอบ.." แต่อย่าพูด แบบกลัวๆ กล้าๆ "คุณว่า…" หรือ "เขาพูดกันว่า…" มันทำให้คุณดูไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ค่อยพูดค่อยจากัน ด้วยภาษาดอกไม้ ให้ฟังแล้วรื่นหู "ฉันชอบจังค่ะ เวลาที่คุณช่วยฉันล้างจาน" พูดอย่างไรก็ได้ ให้คนฟังรู้สึกดีๆ และไม่เป็น การจุดชนวน สงครามน้ำลาย ขึ้นกลางวง ควรให้มีการ "ขอเวลานอก" ในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด รู้สึกอึดอัด หรือยังไม่พร้อมที่จะสนทนาในเรื่องนั้นๆต่อ ก็สามารถ "ขอเวลา นอก" ซึ่งอาจจะพักสักครู่หนึ่ง หรือไม่ก็เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาซ่ะ โดยไม่ต้องถามเหตุผลใดๆ ทั้งนั้น เพราะเราจะรู้สึกสนุก กับการ เล่า ก็ต่อเมื่อเราสามารถเลือกเรื่อง เลือกเวลา ที่เราอยากเล่าได้ หัดฟังคนอื่นเขาบ้าง และต้องฟังอย่างตั้งใจด้วย ว่าที่เขาพูด หมายความว่าอย่างไร แล้วลองเช็คกลับไป ด้วยการพูดทวนว่า ที่คุณเข้าใจนั้น ถูกต้องตามที่เขาพูดไหม จำไว้ว่า "เมื่อไรที่ไม่แน่ใจ ไม่เคลียร์ ให้ถามได้เลย! " 4月4日 สวรรค์ ?สวรรค์ คือแผ่นดินโลกนี้จริงหรือ โลกนี้จะได้รับการเปลี่ยนในชั่วพริบตาให้กลายเป็นอุทยานจริงหรือ ?
ในเรื่องนี้ มีอัครฑูต ถึง 2 ท่าน ที่ได้ให้ความกระจ่างเอาไว้ ในพระคัมภีร์ คือ เปโตร และ ยอห์น 2 ท่านนี้ได้กล่าวไว้อย่างชัดแจ้งมากว่า สวรรค์ ไม่ใช่โลกใบนี้ มาดูกันก่อนว่า เปโตร ได้พูดถึงการสิ้นสุดของโลกใบนี้ไว้อย่างไร “ด้วยน้ำนั้นเองชาวโลกที่มีอยู่ในขณะนั้น ก็ได้ถูกทำลายให้พินาศไปเพราะน้ำท่วม และโดยพระวจนะเดียวกันนั้นเอง ท้องฟ้าและแผ่นดินโลกที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็มีไว้สำหรับให้ไฟเผาผลาญ คือเก็บไว้จนกว่าจะถึงวันทรงพิพากษาและวันพินาศแห่งบรรดาทุรชน … แต่ว่าวันขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น จะมาถึงเหมือนอย่างขโมยแอบย่องมา และในวันนั้น ท้องฟ้าจะล่วงเสียไปด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง และโลกธาตุจะสลายไปด้วยไฟ และแผ่นดินโลกกับสิ่งสารพัดที่มีอยู่ในโลกนั้น จะต้องไหม้เสียสิ้น “ ( 2 เปโตร3:6-7,10 ) คำกล่าวของเปโตรนั้นชัดเจนมากว่า โลกนี้จะต้องถูกทำลายลงด้วยไฟ และ การระเบิด ( ล่วงเสียไปด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง ) ดังนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร ที่โลกใบนี้จะกลายเป็นสวรรค์ มาดูยอห์นบ้างได้กล่าวถึงสวรรค์ ไว้ว่าอย่างไหร และ การสิ้นสุดของโลกนั้นมีจริงหรือไม่ “ ข้าพเจ้าได้เห็นท้องฟ้าใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะท้องฟ้าเดิมและแผ่นดินโลกเดิมนั้นหายไปหมดสิ้นแล้ว และทะเลก็ไม่มีอีกแล้ว ข้าพเจ้าได้เห็นวิสุทธนคร คือนครเยรูซาเล็มใหม่ เลื่อนลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า นครนี้ได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว เหมือนอย่างเจ้าสาวแต่งตัวไว้สำหรับสามี ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากพระที่นั่งว่า “ดูเถิด พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว พระองค์จะทรงสถิตกับเขา เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์ และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป การคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว” พระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งตรัสว่า “ดูเถิด เราสร้างสิ่งสารพัดขึ้นใหม่” และพระองค์ตรัสอีกว่า “จงเขียนไว้เถิด เพราะว่าถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำสัตย์ซื่อและสัตย์จริง” พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “สำเร็จแล้ว เราเป็นอัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและอวสาน ผู้ใดกระหาย เราจะให้ผู้นั้นดื่มจากบ่อน้ำพุแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย ผู้ใดมีชัยชนะ ผู้นั้นจะได้รับสิ่งเหล่านี้เป็นมรดก และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นบุตรของเรา ทูตสวรรค์องค์หนึ่งในบรรดาทูตสวรรค์เจ็ดองค์ ที่ถือขันเจ็ดใบอันเต็มด้วยภัยพิบัติสุดท้ายทั้งเจ็ดประการนั้น ได้พูดกับข้าพเจ้าว่า “เชิญมานี่เถิด ข้าพเจ้าจะให้ท่านดูเจ้าสาวที่เป็นมเหสีของพระเมษโปดก” ได้นำข้าพเจ้าโดยพระวิญญาณขึ้นไปบนภูเขาสูงใหญ่ และได้สำแดงให้ข้าพเจ้าเห็นนครบริสุทธิ์ คือเยรูซาเล็ม ซึ่งกำลังลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า นครนั้นประกอบด้วยพระสิริของพระเจ้า ใสสว่างดุจแก้วมณีอันหาค่ามิได้ เช่นเดียวกับแก้วมณีโชติอันสุกใสและเป็นผลึก นครนั้นมีกำแพงสูงใหญ่ มีประตูสิบสองประตู และที่ประตูมีทูตสวรรค์สิบสององค์ และที่ประตูนั้นจารึกเป็นชื่อเผ่าของพวกอิสราเอลสิบสองเผ่า ทางด้านตะวันออกมีสามประตู ทางด้านเหนือมีสามประตู ทางด้านใต้มีสามประตูและทางด้านตะวันตกมีสามประตู และกำแพงนครนั้นมีฐานศิลาสิบสองฐาน และที่ฐานศิลานั้นจารึกชื่ออัครทูตสิบสองคนของพระเมษโปดก ทูตสวรรค์องค์ที่พูดกับข้าพเจ้านั้นถือไม้วัดทองคำเพื่อจะวัดนคร และวัดประตู และกำแพงของนครนั้น นครนั้นเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวเท่ากัน และท่านเอาไม้วัดนครนั้นได้สองพันกว่ากิโลเมตรกว้างยาวและสูงเท่ากัน ท่านวัดกำแพงนครนั้นได้ร้อยสี่สิบสี่ศอกตามมาตราวัดของมนุษย์ ซึ่งเหมือนกันกับของทูตสวรรค์ กำแพงนครนั้นก่อด้วยแก้วมณีโชติ และนครนั้นสร้างด้วยทองคำเนื้อบริสุทธิ์สุกใสดุจแก้ว ฐานของกำแพงนครนั้นประดับด้วยเพชรนิลจินดาทุกชนิด ฐานที่หนึ่งเป็นแก้วมณีโชติ ที่สองไพฑูรย์ ที่สามโมรา ที่สี่มรกต ที่ห้าโกเมน ที่หกทับทิม ที่เจ็ดบุษราคำน้ำแก่ ที่แปดเพทาย ที่เก้าบุษราคำน้ำอ่อน ที่สิบหยก ที่สิบเอ็ดนิล ที่สิบสองเป็นพลอยสีม่วง ประตูทั้งสิบสองประตูนั้นทำด้วยไข่มุกสิบสองเม็ด ประตูละเม็ด และถนนในนครนั้นเป็นทองคำบริสุทธิ์ ใสราวกับแก้ว ข้าพเจ้าไม่เห็นมีพระวิหารในนครนั้นเลย เพราะพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด และพระเมษโปดกทรงเป็นพระวิหารในนครนั้น นครนั้นไม่ต้องการแสงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เพราะว่าพระสิริของพระเจ้าเป็นแสงสว่างของนครนั้น และพระเมษโปดกทรงเป็นดวงประทีปของนครนั้น บรรดาประชาชาติจะเดินไปในท่ามกลางแสงสว่างของนครนั้น และบรรดากษัตริย์ในแผ่นดินโลกจะนำศักดิ์ศรีของตนเข้ามาในนครนั้น ประตูนครทุกประตูจะไม่ปิดเลยในเวลากลางวัน และจะไม่มีเวลากลางคืนในนครนั้นเลย และคนทั้งหลายจะนำศักดิ์ศรีและเกียรติของบรรดาประชาชาติเข้ามาในนครนั้น สิ่งใดที่เป็นมลทิน หรือผู้ใดที่ประพฤติเป็นที่น่าสะอิดสะเอียน หรือพูดมุสาจะเข้าไปในนครไม่ได้เลย เฉพาะคนที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิตของพระเมษโปดกเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้ “ ( วิวรณ์21 ) ผมอยากให้เราสังเกตุ อยู่ 2 เรื่อง 1. คำพูดของยอห์น ในข้อที่ 1 ว่า “ ข้าพเจ้าได้เห็นท้องฟ้าใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะท้องฟ้าเดิมและแผ่นดินโลกเดิมนั้นหายไปหมดสิ้นแล้ว และทะเลก็ไม่มีอีกแล้ว ข้าพเจ้าได้เห็นวิสุทธนคร คือนครเยรูซาเล็มใหม่ เลื่อนลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า นครนี้ได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว เหมือนอย่างเจ้าสาวแต่งตัวไว้สำหรับสามี “ เราจะเห็นภาพได้ชัดมากน่ะครับ ว่าโลกนี้จะต้องถูกทำลายลงไปก่อน และ พระองค์จึงจะทรงสร้างแผ่นดินใหม่ให้กับเรา ดังนั้น หากโลกนี้จะต้องถูกทำลายลงไป โลกนี้จะกลายเป็นสวรรค์ได้อย่างไร 2. ใครกันคือ คนที่จะมีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต คนที่จะมี่ชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต ก็คือ ผู้ที่เชื่อ ใครคือผู้ที่เชื่อ คำตอบก็คือ คริสตจักร ใครคือคริสตจักร คำตอบก็คือ คริสเตียนทุกคนนั่นเอง ( 1 โครินทร์ 14:12-31 ) อย่าลืมน่ะครับว่า พระเยซูคริสต์ได้ทรงตรัสไว้ว่า “ ในนิเวศน์ของพระบิดาเรา มีที่อยู่เป็นอันมาก .. เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย “ ( ยอห์น 14:2 ) ถ้าหากสวรรค์ จะมีไว้สำหรับชน 144,000 คนเท่านั้นจริง ทำไมพระองค์ต้องจัดเตรียมที่ และ ทำไมต้องตรัสว่ามีทีอยู่เป็นอันมาก ถ้าจะตอบว่า 144,000 นั้น เป็นจำนวนคนที่มาก นั้นพูดยากครับ เมื่อจะเทียบกับ จำนวนของมนุษย์ทั้งหมดตั้งแต่การทรงสร้างเป็นต้นมา 1月30日 กีตาร์แฮนด์เมด
1月23日 สู่กลางใจเธอ(A Tu CorazOn)ชื่อเพลง/Title : สู่กลางใจเธอ(A Tu CorazOn)
อัลบัม/Album : ดอกไม้และก้อนหิน ศิลปิน/Artist : ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว --------------------------------------------------------------------------------
เนื้อร้อง ถึงแม้ว่ามันจะไกลสุดไกล แสนไกล
และฉันก็คงจะไป ได้เพียงแค่ครึ่งทาง ในวันที่ฉันได้จับมือของเธอ คราวนั้น ฉันเหมือนได้เห็นทางเดินสู่หัวใจ แต่จากตรงนี้ จะอีกไกลไหม จากมือ เธอนั้น ไป สู่ใจ ฉันไม่รู้ว่ามันจะนานเท่าไร
เพราะมันดูแสนจะยาวไกล ไกลสักเพียงไหน ฉันไม่รู้ว่ามันจะนานเท่าไร ฉันเองก็พร้อมจะก้าวไป จะไปสู่กลางใจเธอ... No Me Importa
Si Todos Te Miran No Me Importa Lo Que Digan De Ti No Me Importa Como Pasa El Tiempo Sabiendo Yo Que Tu Me Quieres แต่จากตรงนี้ จะอีกไกลไหม
จากมือ เธอนั้น ไป สู่ใจ ฉันไม่รู้ว่ามันจะนานเท่าไร
เพราะมันดูแสนจะยาวไกล No Lo Se ฉันไม่รู้ว่ามันจะนานเท่าไร ฉันเองก็พร้อมจะก้าวไป A Tu CorazOn แต่จากตรงนี้ จะอีกไกลไหม
จากมือ เธอนั้น ไป สู่ใจ ฉันไม่รู้ว่ามันจะนานเท่าไร
เพราะมันดูแสนจะยาวไกล ไกลสุดเพียงไหน ฉันไม่รู้ว่ามันจะนานเท่าไร ฉันเองก็พร้อมจะก้าวไป จะไปสู่กลางใจของเธอ A Tu CorazOn... ------------------------------------------------ ทำไมถึงชอบเพลงนี้
เพราะความหมายดีนะ ค่อนข้างตรงกะชีวิตจริงด้วย
แล้วมีคนบอกว่าภาษาสเปนเป็นภาษาที่โรแมนติคที่สุดในโลก
สรุปเพลงนี้เป็นเพลงที่โรแมนติคมากทั้งความหมายและภาษา
12月7日 "เผยอิง" โรงเรียนแห่งประวัติศาสตร์เสียงเพลง "มาม่า ห่าว" ที่มีเนื้อหาคล้ายกันกับเพลงค่าน้ำนม ดังมาจากเด็กเล็กๆ ชายหญิงชาวไทยเชื้อสายจีนในชั้นประถมปีที่ 1 ของโรงเรียน "เผยอิง" อย่างน่าฟัง เป็นการสอนให้ลูกรู้จักบุญคุณของพ่อแม่ ผ่านทางบทเพลงที่ไพเราะสนุกสนาน เป็นหนึ่งใน "คุณธรรมการปฏิบัติตน 8 ประการ" ที่สืบทอดกันมาช้านานของชาวจีน ไม่ว่าจะไปอยู่ในแห่งหนตำบลใดในโลก ตึกเก่า 3 ชั้น อันสวยงาม ในรูปแบบของงานสถาปัตย์ "โคโลเนียล" หลัง ศาลเจ้าเก่าแก่ "ปูนเจ้ากง" บนถนนทรงวาดแห่งนั้นคือ อาคารเรียนของโรงเรียน เผยอิง แหล่งผลิตเจ้าสัว และนักวิชาการที่มีชื่อเสียงหลายคนของเมืองไทย เช่น อุเทน เตชะไพบูลย์, เจริญ สิริวัฒนภักดี, เทียม โชควัฒนา, สมาน โอภาสวงศ์, อนันต์ อัศวโภคิน, ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม, สม จาตุศรีพิทักษ์, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และวิชิต สุรพงษ์ชัย ฯลฯ โรงเรียนแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2460 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2463 โดยมีจุดประสงค์เพื่อสอนภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมให้กับชาวจีนโพ้นทะเล มีกลุ่มพ่อค้าวาณิชชาวจีนแต้จิ๋วในประเทศไทย เป็นตัวหลักในการรวบรวมเงินขึ้นมาก้อนหนึ่งเป็นจำนวน 3 แสนบาท เพื่อใช้ในการก่อสร้าง ตัวอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเน้นโถงทางเข้าตรงกลาง ด้านในมีพื้นที่เปดโล่งแบบโคโลเนียลที่พบได้ในยุโรปในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 กล่าวคือ มีผนังหนา ก่อสร้างด้วยอิฐฉาบปูน มีการเซาะร่องผนังให้ดูคล้ายหิน (Rustication) แตกต่างกันทุกชั้นเหมือนสถาปัตยกรรมในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) มีลวดลายปูนปั้น แบบยุคฟื้นฟูศิลปะโรมัน บริเวณหัวเสาลอย หัวเสาอิง กรอบประตูหน้าต่าง หน้าบัน มีการประดับนาฬิกาบริเวณหน้าบัน และปูนปั้นแจกัน หรือ Trophy บนยอดอาคาร ลวดลายมีความละเอียดอ่อน สวยงาม และสมบูรณ์ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โรงเรียนเผยอิงได้รับพระราชทานรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น และรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2545 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยการคัดเลือกของสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เบื้องหน้าของอาคารแห่งนี้มีแต่ความสวยงาม แต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่น่าประทับใจอย่างมากมาย ตลอดระยะเวลา 82 ปี โรงเรียนเผยอิงเจออุปสรรคสำคัญที่เป็นผลพวงมาจากความแตกต่างของระบบลัทธิทางการเมือง หลายต่อหลายครั้ง แต่ด้วยเจตนารมณ์ที่แน่วแน่และบริสุทธิ์ของผู้ดำเนินการ ทำให้เผยอิงสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ในยุคแรกแบบแผนการสอน และแบบเรียนที่ใช้สอนในโรงเรียนเผยอิง ลอกแบบมาจากระบบการศึกษาของประเทศจีน มีการเปิดสอนภาษาจีน 6 ชั่วโมง ต่อวันและเรียนภาษาไทย เพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น โดยมีการเชิญเหล่าซือ หรือ ครูบาอาจารย์ที่เก่งจากประเทศจีน มาสอนนักเรียน เมื่อปี พ.ศ.2479 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้สั่งปิดโรงเรียนเป็นครั้งแรก คณะกรรมการโรงเรียนต้องเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียน "เฉาโกวจงสวย" โดยเปลี่ยนมาสอนภาษาไทยเป็นหลัก สอนภาษาจีนเพียงสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมงเท่านั้น ปี พ.ศ.2482 โรงเรียนที่สอนภาษาจีนทั่วประเทศถูกสั่งปิดอีกครั้ง เช่นเดียวกับเฉาโกวจงสวยคราวนี้ยาวนานถึง 7 ปีเต็ม สถานการณ์ในช่วงนั้นจึงเป็นที่มาของคำว่า "เรียบร้อยโรงเรียนจีน" ส่วนอาคารเรียนนั้น ได้กลายเป็นที่พบปะสังสรรค์ของชาวจีนแต้จิ๋ว ในปี 2494 มหาสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ ประเทศญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ สถานการณ์ระหว่างประเทศ เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และหลังจากสนธิสัญญามิตรภาพไทย-จีน เกิดขึ้นในปี 2495 ถูกลงนาม โรงเรียนเผยอิง และโรงเรียนสอนภาษาจีนอื่นๆ ในเมืองไทย ได้เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ต่อมาเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ การสอนภาษาจีนถูกลดเหลือเพียง 10 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ นอกนั้นทุกวิชาต้องเรียนเป็นภาษาไทยหมด และต่อมาถูกลดลงมาอีกให้เหลือเพียง 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ปัจจุบันเผยอิงจะสอนภาษาจีนประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ บรรยากาศการเมืองภายในประเทศ ที่ไม่ต้องการให้คนเรียนภาษาจีน ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เห็น ได้ชัดจากการสั่งปิดโรงเรียน ถูกลดชั่วโมงการเรียนแล้วยังมีการออกระเบียบห้ามสอนหลักสูตรภาษาจีนในระดับมัธยมอีกด้วย ล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคของโรงเรียนที่เปิดสอนภาษาจีนในเมืองไทยอย่างมากๆ พร้อมกับการล่มสลายของภาษาจีน เมืองไทยก็อ้าแขนรับกระแส วัฒนธรรมตะวันตกที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ ได้ตามแห่กันไปให้ความสนใจกับภาษาอังกฤษ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ และโรงเรียนนานาชาติที่ไม่ถูกปิดกั้นแต่อย่างใดเริ่มทยอยเปิดตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว ภาพพจน์ของคนจีนในสายตาของชาวโลกในช่วงเวลานั้นจึงได้รับรู้เพียงว่าเป็นชนชาติที่ไม่มีวัฒนธรรม ในขณะเรื่องความเป็นชนชาติที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ดีงามแทบไม่มีการพูดถึง ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไป ความเป็นประเทศมหาอำนาจของจีน กำลังสร้างอิทธิพลให้จีนถูกยอมรับมากขึ้น นงลักษณ์ เดชดำเกิงชัย "หลินเจิน" ครูใหญ่คนปัจจุบันของ โรงเรียนเผยอิงเปิดเผยว่า ทางโรงเรียนพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการสอน และวางแผนการสอนให้ทันสมัยเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับกับยุคทองอีกครั้งหนึ่งของภาษาจีน เพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงาม ของบรรพชน และสานต่อเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้ง ปัจจุบัน โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 500 คน มี ตั้งแต่ชั้น ป.1-ป.6 โดยมีแผนกเด็กเล็กก่อนวัยเรียนภายใต้ชื่อ "เผยเหมียว เนอสเซอรี่" เด็กๆ ทุกคนในโรงเรียนเผยอิง โรงเรียนสอนภาษาจีนที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไทยนี้ จะสอนวิชาสามัญตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ และ วิชาภาษาต่างประเทศ 2 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนกลาง โดยใช้แบบเรียนจากประเทศสิงคโปร์ และสาธารณรัฐประชาชนจีน เริ่มสอนพู่กันจีนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 2 เรียนรู้การใช้พจนานุกรมภาษาจีน ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 4 ส่วนวิชาหมากล้อม (โกะ) เริ่มเรียนในชั้นประถมปีที่ 5 รวมทั้งหล่อหลอม และอมรมบ่มนิสัยจาก "บทบัญญัติการบริหาร 4 หลักการ" คือ สัมมาคารวะ น้ำใจไมตรี สุจริต หิริโอตตัปปะ และ "คุณธรรม 8 ประการ" คือ จงรักภักดี กตัญญู เมตตาธรรม ภราดรภาพ ซื่อสัตย์ น้ำใจไมตรี กลมเกลียวปรองดอง และสันติภาพ ซึ่งเป็นคำสั่งสอน ของขงจื๊อ และนักปราชญ์อื่นๆ ในสมัยโบราณ 12月4日 ละครเพลง Eternal Treasureขอเชิญชวนเพื่อนๆทุกคนไปดูละครเพลงกันนะคับ
"เรื่องEternal Treasure
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2006 เวลา 18.45 -21.00 น.
ณ คริสตจักร เทียนสั่ง ถนนมหานคร" จัดขึ้นที่โบสถ์ จิวเอง ถ้านั่งรถใต้ดินก็ลงที่สถานี หัวลำโพงได้เลย งานนี้มีเพื่อน แล็ค กะ นนท์ จองตั๋วไปแล้ว เพียงแค่ที่ละ 79 บาท มีขายหน้างาน(ถ้าแพงกว่านี้ก็ตั๋วผีแล้ว) แถม CD Sound Track ด้วย อัดที่ Studio GMM เลยนะ 11月27日 Love Story in Harvard
10月1日 TANK ตำนาน"รถบรรทุกน้ำ"สมัยสงครามโลกTANK ตำนาน"รถบรรทุกน้ำ"สมัยสงครามโลก รถถัง คือยานพาหนะสำหรับต่อสู้ที่เน้นทำลายศัตรูภาคพื้นดิน รถถังรุ่นใหม่จะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน เช่น กำลังการยิง ระยะยิง การเคลื่อนตัวภาคพื้นดิน และความแข็งแกร่ง คุณสมบัติของรถถังสามารถเคลื่อนตัวได้ในพื้นที่สูงต่ำอย่างในสนามรบได้อย่างรวดเร็ว รถถังจึงเป็นอาวุธชนิดหนึ่งที่นับว่าอันตราย และน่าเกรงขามที่สุดในสนามรบ ทั้งนี้ เพราะรถถังมีระยะการโจมตีที่กว้าง และมีความทนทานสูง อย่างไรก็ตาม รถถังมักจะมีจุดอ่อนเมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศ และกับระเบิด รวมทั้งโดนการรุมโจมตีโดยทหารราบ ปกติการโจมตีของรถถังจะเป็นรวมตัวโจมตีกันเป็นกลุ่มกับหน่วยรบอื่น โดยร่วมกันระหว่างการโจมตีทางอากาศกับทหารราบ ส่วนคำว่า "รถถัง" (tank) เป็นชื่อพรางเพื่อให้ข้าศึกที่ดักฟังข่าวเข้าใจว่า เป็นรถบรรทุกน้ำธรรมดา และได้กลายมาเป็นชื่อเรียกยานรบชนิดนี้มาจนถึงปัจจุบัน ชื่อของ "รถถัง" หรือ "แท็งก์" ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งนั้นฝ่ายสัมพันธมิตรประสบปัญหาการเคลื่อนกำลังพลผ่านแนวต้านของข้าศึก ที่มีทั้งสนามเพลาะ ปืนกลหนัก-เบา ลวดหนามและสิ่งกีดขวางต่างๆ อังกฤษจึงนำรถแทร็กเตอร์ช่วยกรุยทางนำหน้าทหารราบเวลาเข้าตีข้าศึก ซึ่งรถแทรกเตอร์ก็ทำหน้าที่กรุยทางได้ดี แต่ก็มีปัญหาตรงที่รถแทร็กเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อใช้ในการรบ จึงมักถูกยิง ถูกทำลายลงเป็นจำนวนมาก พันตรีเออร์เนสต์ สวินตัน ในกองทัพสหราชอาณาจักรได้ความคิดมาจากรถหุ้มเกราะของโรลสรอยซ์ที่กองทัพอากาศใช้อยู่ในปี ค.ศ.1914 และโดยการสนับสนุนของวินสตัน เชอร์ชิลล์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษในยุคนั้น จึงมีการพัฒนาอาวุธชนิดใหม่ขึ้น รถถังรุ่นแรกสุด มีชื่อเล่นว่า "ลิตเติ้ล วิลลี่" โดยนำแผ่นเหล็กหนามาทำเป็นเกราะหุ้มรถแทร็กเตอร์ และติดปืนกลเข้าไปพร้อมกับเจาะช่องให้ทหารที่อยู่ในรถแทร็กเตอร์สอดปลายปืนเล็กยาวเพื่อยิงต่อสู้จากภายในรถได้ ผ่านการทดสอบการใช้งานในกองทัพอังกฤษในวันที่ 6 กันยายน ค.ศ.1915 ส่วนรถถังคันแรกที่ได้ปฏิบัติการทางการทหารจริงๆ คือ "มาร์ค วัน" ในยุทธภูมิแห่งซอมม์ การสงครามครั้งที่ใหญ่ที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1916 โดยฝ่ายพันธมิตรพยายามบุกเยอรมนีผ่านทางแนวแม่น้ำซอมม์ทางด้านเหนือของประเทศฝรั่งเศส ทำให้มีผู้บาดเจ็บถึงกว่าล้านคน อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่าเหตุที่เรียกขานรถถังว่า "แท็งก์" (tank) ซึ่งเป็นคำคำเดียวกับที่เรียก "รถบรรทุกน้ำ" ก็เพื่อลวงข้าศึก ที่สุดคำว่า แท็งก์ เลยกลายเป็นชื่อเรียกรถปฏิบัติการในการสงครามชนิดนี้จนถึงปัจจุบัน 9月27日 2 เจ้าพ่อรถทหาร ฮัมวี่ VS ซีรี่ส์ 2
|
|
|