Apinan's profilejiw_de_jazzPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
jiw_de_jazzJuly 23 What is your favorite comic book?ประเภทของหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น (MANGA) รวมถึงหนังสือการ์ตูนไทยด้วยนะ
แนว สืบสวนสอบสวน(Detective comic)
เช่นเรื่อง คินดะอิจิ โคนัน คุณจะเป็นคนเปิดผย ชอบพูดชอบคุย บางครั้งละเอียดกับชีวิตมากเกินไป รักเพื่อน และชอบดูแลคนอื่นๆ
แนววิทยาศาสตร์(Scientific comic)
คุณชอบผจญภัยไมชอบอยู่กับสิ่งเดิมๆ คุณชอบค้นหาการเปลี่ยนแปลงใหม่และสิ่งที่น่าตื่นเต้น เช่น ปีนเขา, บันจี้จั๊มป์ คุณสนใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ และใช้ชีวิตสำหรับอนาคตมากกว่าปัจจุบัน
แนวตลก(Comedy comic)
คุณชอบที่จะอ่านการ์ตูนขำขัน เช่น Kuromaty คุณเป็นคนอ่อนโยน และไม่ชอบทะเลาะกับผู้อื่น คุณมักจะประนีประนอม และเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตามสิ่งแวดล้อม(กิ้งก่าหรือป่าวนะ)
ปรับตัวง่าย และเป็นคนง่ายๆ ไม่ยากที่จะเป็นเพื่อนกับคุณ
แนวต่อสู้(Fighting comic) คุณชอบความท้าทายมากๆ และไม่สนใจกับกฏเกณฑ์ของสังคม คุณกล้าอย่างบ้าระห่ำ คุณมักจะทำบางสิ่งบางอย่างให้เพื่อนๆ หรือกับคนรักของคุณ
ข้อเสียคือคุณไม่สนใจใครและเลือดร้อน
แนวกีฬา(Sport comic) คุณเป็นนักสู้ที่ดี โดยเฉพาะเวลามีอุปสรรคในชีวิตของคุณ คุณเผชิญหน้ากับอุปสรรคและแกปัญหาได้เสมอ อย่างไรก็ตาม คุณหัวรั้น และไม่คุณไม่ค่อยฟังเสียงของคนอื่นถ้าคุณคิดว่าคุณถูกต้องแล้ว
แนวโรแมนติค(Romantic comic) คุณหลงไหลความรักอันหวานชื่นในหนังสือการ์ตูน คุณจินตนาการถึงคนนั้นในหนังสือการ์ตูน คุณฝันถึงชีวิตที่สมบูรณ์แบบเสมอ คุณชอบปิดบังความรู้สึก และไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา
----------------------------------------------------------
May 06 เต้าฮวย ฟรุ๊ทสลัด ในวันว่างๆวันว่างๆก็ทำขนมกินเองดีกว่า
เต้าฮวย ฟรุ๊ทสลัด
ดูเหมือนทำยากเลย
ทุกอย่างก็สำเร็จหมดแล้วล่ะ
ซื้อ อยู่สองอย่าง
- ผลไม้รวมกระป๋อง
- เต้าฮวยเย็น แบบซอง
ขั้นตอน การทำ
- ต้มน้ำ 720mL
- พอน้ำเดือด ก็ใส่ผงเต้าฮวยเย็น หมดซอง
- เทน้ำเต้าฮวยเย็น(ที่ยังร้อนอยู่) ลงในถาด
![]() - แบ่งลงใส่ชาม แล้วเทผลไม้กระป๋องลงไปโรยหน้า
เป็นอันเสร็จสิ้น
พิมพ์ซะนานเลย ใช้เวลาการทำจริงๆ ประมาณ10 นาที รอเต้าฮวยเย็น เย็นอีกประมาณ 1 ชั่วโมง
ลองทำกินนะครับ อร่อยมาก February 13 พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาวนานมาแล้ว..สมัยที่โลกยังมีพระจันทร์ 2 ดวง มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง
..กับอีกดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย และดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้
ต่างก็รักกันมาก ดวงจันทร์ทั้งสองไม่เคยแยกห่างจากกัน… ...ทุกๆ คืนเมื่อมองไปบนฟ้า จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่ อยู่เคียงข้างกันเสมอ.. แต่แล้ววันหนึ่ง ……………………………………………… ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบกับดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงหลงใหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์
จนเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อย .......... ....และก็แยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งในที่สุด...
เมื่อค่ำคืนมาถึง.. จึงมีดวงจันทร์ผู้ชายเหลืออยู่ เพียงดวงเดียว
... ส่วนดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหา
ดวงจันทร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง .... คืนแล้วคืนเล่า วันเวลาล่วงผ่านไป แต่ดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ.. ..... ด้วยความคิดถึง
และอยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า
\"หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้
คงไม่ได้เจอแน่ๆ\" จึงตัดสินใจ.. ระเบิดตัวเอง เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ไปทั่วทั้งจักรวาล เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น... ..... เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิง ได้เห็นถึงความจริงว่า.. แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้า สวยงามสักปานใด แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้า แต่เพียงเธอเท่านั้น ยังส่องแสงไปยังดาวดวงอื่นๆ อีกมากมาย ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง....
.... แต่หาเท่าไรก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง เพียงเพื่อตามหาตน จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ
ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอ กับดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไปแล้ว จึงได้แต่โศกเศร้า และเสียใจ ....
แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดวงจันทร์ผู้ชาย มีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสง
ที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตน ส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์ จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาว ให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ .... หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน วันไหนที่เห็นจันทร์สวยสด วันนั้น คุณก็จะไม่เห็นดาวดวงเล็กดวงน้อยส่องแสง หรือ วันใดคุณเห็นดาวเปล่งประกายเต็มฟ้ามืด วันนั้น คุณก็จะไม่พบดวงจันทร์.... .....เขาและเธอ ไม่อาจพบกันตลอดกาล..... February 02 ขั้นตอนการเปลี่ยนTouch Screen O2 ATOMซื้ออะไหล่มาจากต่างประเทศ(เมืองไทยหาไม่ได้)
เปิดซอง Seal อย่างดี
อุปกรณ์ทั้งหมดในกล่อง(หาร้านดีๆเค้าจะให้ไขควงมาด้วย)
ผู้ป่วยของเราถอดเตรียมพร้อมแล้ว
แนะนำอุปกรณ์ เพิ่มเติมเผื่อใช้ ไขควงสำหรับมือถือ
เครื่องพร้อมอุปกรณ์พร้อม ลุยกันเลย
เปิดด้วยใช้ไขควงมุมล่าง2จุด
เปิดด้านบน งัดออกมาเลยครับ ทีแรกหาน๊อตตั้งนาน :p
ไขน๊อต มุมบนอีก 2จุด
ฝาหลังก็จะออกมาแล้ว
ดูกันให้ชัดๆ Mainboard ของO2 ATOM
สายแพรข้างล่างระวังให้มากๆนะครับ ขาดที ซื้อจอLCDใหม่เลย 2พันกว่าบาท
ลืมบอกต้องถอดมันด้วย โดยงัดตัวดำๆขึ้นมาก่อน จะดึงสายแพรออกอย่างง่ายดาย
สายแพรที่น่ากลัว
งัดตัวนี้ด้วยนะ ไม่งั๊นดึงไม่ออก
อุปกรณ์ทั้งหมดจะเป็นอย่างนี้
พลิกจอ LCD จะแยก Touchscreen ออกมาได้เช่นนี้
มีจุดปัดกรีเล็กๆ4จุด ต้องใช้ฝีมือหน่อยในการเอาออก
เทียบกันหน่อย ของเก่ากับของใหม่
บัดกรีเข้าที่เก่าก็เป็นอันจบ
ถ้าจะให้ดีใช้กระดาษแข็งช่วยในการบัดกรีจะช่วยได้เยอะมาก
ปัญหาที่เจอ
ใส่กลับแล้ว Align Screen ไม่ผ่าน ให้ดูจุดบัดกรีดีๆว่าดีหรือป่าว ถ้าAlign เกิน5ครั้งแล้วไม่ผ่านให้บัดกรีใหม่ เหนื่อยๆ ประสบการณ์จอTouch Screen O2 ATOMแตก3ครั้งหลังจากมีประสบการณ์อันเลวร้ายจากศูนย์O2 ก็คิดว่าประกันมันไม่มีความหมายแล้ว
ก็หาเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ PDA Phone เพื่อหาความรู้ ก็เจอ www.mrpalm.com ก็เป็นเว็บที่อัพเดท, และความรู้เยอะมากๆ
ทีแรกตามไม่ทันเลย จนหลังๆตามได้ว่าคุยอะไรกัน, รู้ว่าร้านไหนเป็นร้านที่น่าเชื่อถือ
พอมีความรู้ซักหน่อยแล้ว ก็เกิดอุบัติเหตุอีกจนได้ Touch Screen แตก จอแสดงผลดีแต่จิ้มไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย
จากการไปศูนย์ครั้งแรกทำให้เรารู้ว่า LCD กับ Touch Screen มันแยกกัน ถ้าหาซื้อ Touch Screen อย่างเดียวได้ก็จะถูกกว่าเยอะ
จอแตกครั้งที่1
เราก็ถามราคาตามเว็บบอร์ด ราคาพอประมาณก็คิดว่าไปหาซื้ออะไหล่มาให้ช่างถอด ประกอบดีกว่าน่าจะถูกกว่า
ก็ถามตามร้านขายอะไหล่ของไทย+ถามในเว็บ mr.palm ก็ได้คำตอบว่า"ไม่มีขายในไทย"
เราก็ด้วยความที่เคยเป็นพ่อค้าในEbay ก็หาตามเว็บ Ebay ก็คำนวนราคาแล้วพอใช้ได้
ก็ได้สั่งอะไหล่มา แล้วไปที่ร้านคุณนพพงษ์ ที่IT Mall เปลี่ยนTouch Screen เสร็จใช้ได้ดี
ราคาค่าเปลี่ยนพอใช้ได้ประมาณ500
หลังจากนี้ก็เริ่มคิดจะขายทิ้งแล้ว แต่ราคามันน้อยมากๆ เลยเก็บไว้เป็นเครื่องสำรองดีกว่า
จอแตกครั้งที่2
ผ่านจากเปลี่ยน Touch Screen มาประมาณ1-2 วัน
ด้วยความไม่ระวังของเราก็ยังใส่แค่ซิลิโคน ไม่มีอะไรมาป้องกันจออันบอบบางเลย
และด้วยความกลัวจะจอแตกอีกเราก็ใส่มือถือไว้ในกระเป๋าเป้
เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง จะเอามือถือออกมาใช้ ปรากฏว่าจอTouch Screen แตกอีกแล้ว
โอ้ว!!!
เราบ่นให้ช่างฟังเค้าก็ลดราคามาให้เหลือ400บาท
จอแตกครั้งที่3
หลังจากจอแตกครั้งที่2 ก็ซื้อซองหนังมาใส่อย่างเรียบร้อย อยู่ได้นานเชียว
จนถึงวันที่ต้องไปเที่ยวเมืองนอก น้องชายอยากลองใช้PDA Phone บ้าง
เราก็ให้ยืมไป ก็ได้คืนมาปกติ แต่ไม่ได้ซองหนังคืนมา
ระหว่างรอคืนซองหนัง เราก็ใช้เครื่องเปลือยๆไปก่อน ก็สะดวกดีนะบางดี
รักษาอย่างดีด้วย จนวันนึงเอามาใส่กระเป๋ากางเกง เดินไปเดินมา เดินไปชนมุมโต๊ะ ดัง"เปรี๊ยะ"เลย
ควักออกมา จอแตกอีกแล้ว
คราวนี้ก็ สั่งซื้อทางEbay ตามปกติ แต่เดินไปหาไขควงสำหรับไขมือถือ ที่เสือป่าพลาซ่า
หาข้อมูลจากเว็บเพื่อเปลี่ยนเองแล้ว...
ไม่ไหว ประสบการณ์อันเลวร้ายกับศูนย์O2เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ค่อยรักษาของ ส่วนมากของที่ซื้อคิดเสมอว่าซื้อมาเพื่อใช้งานไม่ได้ซื้อมาเพื่อรักษาซื้อมือถือมาก็จะไม่ค่อยรักษา
จนได้ซื้อ O2 ATOM ซึ่งเป็นPDA Phone ก็เริ่มมีปัญหาเพราะเป็นมือถือที่ค่อนข้างบอบบาง
ตั้งแต่ซื้อมา(ต้นปี 2006) ก็ไม่ค่อยรักษามากมาย แปะแผ่นกันรอยเพราะแถมมา ใส่ซิลิโคนก็เพราะมีคนซื้อมาให้
จนถึงวันใกล้หมดประกันประมาณ5วัน เราก็วางมือถือบนโต๊ะกินข้าวตามปกติ กลับมาดูอีกทีจอมือถือมีน้ำเข้า ตกใจผสมเศร้ามาก
ลองจิ้มๆจอดูก็ไม่ค่อยดีแล้ว ก็วิ่งไปศูนย์ O2 ที่ IT MALL(Fortune) ทันที
ก็เอาเข้าศูนย์ตามปกติ คิดว่าล้างๆก็จบ 2-3วันแรกเราก็โทรตามตลอดเพราะเป็นห่วงมาก แต่ได้คำตอบว่ายังไม่เอาส่งเข้าศูนย์ซ่อม
เราก็ โอ้โห อะไรเนี่ยไม่สนใจมือถือเราเลย จนประมาณ1อาทิตย์ผ่านไป ศูนย์ก็โทรมาว่าจะซ่อมให้แล้วนะ ต้องเปลี่ยนTouch Screenค่าซ่อมพันกว่าบาท(จำไม่ได้แล้ว)
แต่ Mainboard โดนความชื้น อาจจะทำงานไม่ปกติ ถ้าไม่เปลี่ยนตอนนี้อนาคตอาจจะไม่ดี(ให้เปลี่ยนM/Bตามระเบียบศูนย์O2) เราก็เปลี่ยนแต่ Touch Screen ดิ
คิดว่าเด๋วเลิกใช้แล้ว เอาพอใช้ได้ก็พอ
ที่เด็ดสุดก็ตอนนี้ที่มารับเครื่องนี่แหละ เราก็ไปรับเครื่อง รอตามปกติพนักงานก็น้อยคนเอามาซ่อมก็เยอะเหลือเกิน
ถึงคิวเราก็ตรวจเครื่องตามปกติ เซ็นต์รับของจะจ่ายเงินแล้ว เราก็เอะใจ!!!ถามว่า มันอยู่ในประกันนะตอนเอามาเข้าศูนย์
พนักงานก็อึ้งๆ ตอบมาว่าพี่เซ้นต์รับแล้วหนิ ต้องจ่ายเงินแล้วล่ะ เซ็งเลย
รัยเนี่ย รู้สึกโดนหลอกอย่าแรง ศูนย์ฯO2 นะเนี่ย
ตั้งแต่นั้นมาไม่คิดจะเข้าศูนย์มันเลย หาร้านซ่อมข้างนอกดีกว่าถูกว่าเยอะเลย
เพราะประกันของมันก็ไม่เห็นจะช่วยอะไรเลย
ร้านประจำตอนนี้ก็ร้านคุณนพพงษ์ , และหาประสบการณ์ซ่อมเองดีกว่า
December 01 สามก๊ก ฉบับนักบริหาร : ศัตรูของศัตรูคือมิตรของเรา
สถานการณ์การเมืองในดินแดนจีนยุคนั้น แม้จะไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ แต่ละหัวเมืองต่างส้องสุมกำลังคอยจ้องจะแย่งชิงดินแดน สร้างสมอำนาจกันอย่างเอาเป็นเอาตาย มีโจโฉเป็นเผด็จการอยู่ในเมืองหลวงฮูโต๋ ยึดอำนาจเหนือพระเจ้าเหี้ยนเต้ ลอบออกพระบรมราชโองการสั่งการโดยพละการตลอดเวลา
อยู่มาวันหนึ่ง ลิโป้ที่ยึดเมืองชีจิ๋วสั่งการให้ซงเหียนกับงุยซกไปกว้านซื้อม้าที่เมืองซัวตั๋ง ได้ม้ามา 300 ตัว ตกกลางคืนมีคนร้ายแอบตีชิงเอาม้าไปครึ่งหนึ่ง สืบได้ความว่าเตียวหุยน้องเล่าปี่ คุมพรรคพวกปลอมตัวเป็นโจรป่ามาแย่งชิงเอาม้าไป ลิโป้ไม่ชอบหน้าเตียวหุยเป็นทุนอยู่แล้วได้ยินดังนั้นก็โกรธ จัดแจงทหารพร้อมแล้วก็ยกไปเมืองเสียวพ่าย เพื่อจับเตียวหุยกับพวกที่เป็นโจร เล่าปี่รู้ความก็ตกใจคุมทหารออกมาตั้งรับ ร้องถามลิโป้ว่า ที่ท่านยกกองทัพมานี้ด้วยเหตุใด ลิโป้ยกแส้ม้าชี้หน้าเล่าปี่แล้วร้องว่า ครั้งกิเหลงยกทัพมารบเสียวพ่าย เราได้ช่วยคิดอ่านแก้ไขท่านจึงรอดชีวิต แต่มิรู้จักบุญคุณคน ควรหรือมาตีชิงปล้นเอาม้าของเราไป เตียวหุยได้ยินลิโป้กล่าวหยาบช้าแก่เล่าปี่ก็โกรธ มิทันที่เล่าปี่จะตอบ เตียวหุยร้องตอบลิโป้ว่า ตัวกูนี่แหละเว้ยไปตีชิงเอาม้ามึง แล้วมึงจะทำไมกู ทีมึงตีชิงเอาเมืองชีจิ๋วของพี่กูไป มึงคิดว่ากูไม่โกรธมึงหรอกหรือ ลิโป้ได้ยินดังนั้นก็บันดาลโทสะ ขับม้าออกรบกับเตียวหุยได้ร้อยเพลง เล่าปี่เกรงเตียวหุยจะเสียที สั่งให้ตีม้าล่อขึ้นยกทัพกลับเข้าเมือง ลิโป้จึงเข้าล้อมเมืองไว้ทั้งสี่ด้าน เข้ามาในเมืองเล่าปี่จึงบอกเตียวหุยให้รู้ว่า ที่เกิดเหตุใหญ่เพราะตัวไปชิงเอาม้าลิโป้ เมื่อถูกคาดคั้นหนักเตียวหุยยอมคลายบอกที่ซ่อนม้าที่วัดก๊กอี้บนเนินเขา เล่าปี่จึงสั่งให้ทหารออกไปขอขมาลิโป้ เอาม้าที่เตียวหุยยึดมาไปคืน ลิโป้จึงค่อยคลายโกรธ แต่ตันก๋งกลับแนะว่า เหตุการณ์มาถึงขั้นนี้ ท่านจะรั้งรออยู่ทำไม ควรกำจัดเล่าปี่เสียตอนนี้ จะได้สิ้นเสี้ยนหนามที่จะคอยทำอันตรายแก่ท่าน ลิโป้เห็นชอบด้วย สั่งทหารเข้าตีเมืองเสียวพ่าย ทัพเล่าปี่อ่อนกำลังกว่าต้านลิโป้ไม่ได้ บิต๊กกับซุนเขียนสองกุนซือจึงแนะนำเล่าปี่ว่า ศัตรูของศัตรูคือมิตรของเรา โจโฉมีความพยาบาทลิโป้อยู่ เราควรตีฝ่าหนีออกไปเมืองฮูโต๋ ขอทหารโจโฉแล้วจึงยกกลับมารบกับลิโป้ เล่าปี่เห็นชอบด้วยตกยามสามเดือนสว่างให้เตียวหุยเป็นกองหน้า กวนอูเป็นกองหลัง เล่าปี่กับครอบครัวอยู่กองกลาง ตีฝ่าวงล้อมมุ่งไปตั้งอยู่นอกเมืองฮูโต๋ เมืองเสียวพ่ายจึงตกเป็นของลิโป้ตั้งแต่นั้นมา เล่าปี่สั่งให้ซุนเขียนเข้าไปแจ้งแก่โจโฉว่า ลิโป้ยกมาตีเมืองเสียวพ่ายแตก จึงหนีมาเพื่อขอพึ่งอยู่ด้วยกับท่าน โจโฉมีความยินดีแสดงใจนักเลง แต่งทหารออกไปรับเล่าปี่เข้ามาในเมืองแล้วว่า เล่าปี่อุปมาเหมือนหนึ่งคนแซ่เดียวกัน ทั้งสองฝ่ายต่างถ้อยทีถ้อยอาศัย โจโฉจึงบอกแก่เล่าปี่มิพึงต้องทุกข์ใจ เราจะช่วยท่านยกทัพไปตีชิงเมืองชีจิ๋วกำจัดลิโป้เสียให้ได้ เล่าปี่คำนับขอบใจโจโฉ แล้วก็ลากลับมายังค่ายทัพนอกเมือง ลับหลังเล่าปี่ ซุนฮกแนะนำโจโฉว่า เล่าปี่มันเป็นมังกรเหมือนกัน มิควรคบไว้นานไปจะเป็นภัย บัดนี้เล่าปี่ตกอับมาอยู่ในเงื้อมมือเราควรจะฆ่าเสีย โจโฉไม่เห็นด้วยก็นิ่งฟัง ซุนฮกก็ลาไป กุยแกจึงว่าที่ซุนฮกแนะให้ฆ่าเล่าปี่นั้น มิอาจเห็นด้วย ทุกวันนี้ท่านโจโฉคิดการใหญ่ ควรหาผู้มีสติปัญญามาร่วมคิดการด้วยถึงจะถูก การฆ่าศัตรูเพียงคนเดียว แต่สูญเสียศรัทธาไปทั่วมิคุ้มกัน เล่าปี่เป็นคนมีสติปัญญา หนีร้อนมาพึ่งเย็น ถ้าท่านสั่งฆ่าเล่าปี่ คนทั้งปวงที่หมายมีใจจะมาร่วมการด้วยก็จะกลับใจ สวนทางกับความรู้สึกนึกคิดประชานิยม โจโฉเห็นด้วยกับกุยแกจึงว่า ความคิดของท่านตรงกับใจข้า ครั้นเวลาเช้าโจโฉเข้าเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ กราบบังคมทูลเรื่องราวทั้งหมด ขอตั้งเล่าปี่เป็นเจ้าเมืองอิจิ๋ว พระเจ้าเหี้ยนเต้ก็โปรดให้ตามที่โจโฉกราบบังคมทูล เทียหยกกุนซืออีกคนหนึ่งของโจโฉจึงท้วงติงว่า เล่าปี่เป็นคนเก่งมีสติปัญญา มีหรือจะเป็นผู้น้อยอยู่ใต้บังคับบัญชาของใครนั้นหามิได้ นานไปจะเอาใจออกห่าง ให้ครองพื้นที่เท่ากับเลี้ยงเสือ ท่านจงจับตัวเล่าปี่ฆ่าเสียจึงจะถูก โจโฉกำลังอยู่ในอารมณ์อยากใช้นอมินีจึงตัดบทว่า เสือตัวนี้เราต้องฆ่า แต่มิใช่ฆ่าตอนนี้ เรากำลังคิดการใหญ่ ต้องเอาใจดึงคนมีสติปัญญามาไว้ใช้งาน ถ้าฆ่าเล่าปี่คนทั้งปวงรู้เข้าก็จะเสียใจ อีกทั้งกุยแกก็เห็นด้วยเรื่องนี้มิต้องพูดท้วงติงอีกแล้ว วันต่อมาโจโฉจึงจัดทหารสามพันให้แก่เล่าปี่ ตั้งให้เป็นเจ้าเมืองอิจิ๋ว กำชับเล่าปี่ เมื่อได้จังหวะจึงยกไปตีเมืองเสียวพ่าย เกลี้ยกล่อมผู้คนจะได้เป็นกองกำลังไปกำจัดลิโป้ที่เมืองชีจิ๋ว เล่าปี่รับคำโจโฉ คำนับแล้วลาไปตั้งอยู่ที่เมืองอิจิ๋ว การตัดสินใจช่วยเล่าปี่ของโจโฉ ลึกๆ ในใจโจโฉก็มิได้ไว้วางใจในตัวเล่าปี่มากมายนัก แต่เป็นกุศลกรรมของเล่าปี่ได้ทำไว้แต่หนหลัง การปราบโจรโพกผ้าเหลืองอย่างมีผล ความสุภาพอ่อมน้อมถ่อมตนในช่วงที่ร่วมทัพ 18 หัวเมืองภายใต้ร่มธงของกองซุนจ้าน ความห้าวหาญของกวนอู เตียวหุย ในการสู้รบกับทัพตั๋งโต๊ะกับลิโป้ ทั้งหมดนี้ยังตรึงประทับใจโจโฉอยู่มิคลาย โจโฉเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์อยากได้คนเก่งมีฝีมือกอปรด้วยสติปัญญามาร่วมงานด้วย อีกทั้งยังเห็นว่าเล่าปี่กับน้องทั้งสองมีฝีมือทางการสู้รบที่เคยพิสูจน์มาให้เห็นกันจะๆ มาแล้ว เอาไว้ใช้เพื่อกำจัดลิโป้ อ้วนสุด อ้วนเสี้ยวกับม้าเท้ง รวมทั้งกองกำลังต่างๆ ที่แข็งเมืองขึ้นได้ในอนาคตโดยที่ตัวโจโฉเองเพียงแต่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังมิต้องลำบากออกหน้า นี่คือมุมมองเหนือชั้นของโจโฉที่กุนซือหลายคนมองข้าม นโยบายการสร้างนอมินีของโจโฉ จึงเป็นนโยบายที่ถูกต้องตามสถานการณ์ในขณะ นั้น โดยมิต้องต่อท่อให้เปลืองเงินจากท้องพระคลังมากมายนัก เพราะแนวนโยบายกับปูมหลังของเล่าปี่ก็มิใช่คนทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงในทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่เคยมีประวัติทางการเมืองที่ชอบไข่เน่าๆ ไว้แล้วทิ้ง ปล่อยให้กาลเวลากับความอ่อนแอของกฎหมายตรวจสอบล้าไป กลบความไม่ถูกต้องของพรรคพวกและของตัวเองตามธรรมชาติความอ่อนแอ่ของการปกครอง อีกทั้งเล่าปี่กับพวกต่างยึดมั่นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอยู่แล้ว โจโฉคิดได้ดังนี้จึงกระหยิ่มใจที่ตนจะหลอกใช้เล่าปี่ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันภายในใจของเล่าปี่ก็นึกกระหยิ่มที่มาพึ่งใบบุญโจโฉ กับหลอกใช้โจโฉในครั้งนี้ได้สำเร็จเช่นกัน นอกจากได้กองกำลังของเล่าปี่มาเป็นพวกแล้ว โจโฉยังตั้งหน้าตั้งตาเสาะแสวงหาคนดีมีสติปํญญาและคนมีฝีมือมาไว้เป็นพวก เลี้ยงดูผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยความรักใคร่ไว้วางใจ ฝ่ายบุ๋นกุนซือล้วนเป็นคนมีปัญญาวิชามารครบเครื่องอาทิ ซุนฮก ซุนฮิว กุยแก เทียหยก รองลงไปก็มี ลิยอยกับหมันทอง โจโฉเลือกกุนซือโดยพยายามเลือกคนที่ไม่มีความไฝ่สูงทางการเมือง โจโฉรู้ว่า ถ้าคนที่มีความฝักไฝ่ทางการเมือง ผู้นั้นย่อมนำพาตนเองไปสู่ความมักใหญ่ไฝ่สูง คอรัปชั่นฉ้อราษฎร์บังหลวง โอกาสที่จะทรยศหักหลังผู้คนแลผู้บังคับบัญชาจะมีสูงกว่าคนที่ไม่มีความทะเยอทะยานทางการเมือง ทางด้านฝ่ายบู๊ คนดีมีฝีมือที่โจโฉรักใคร่นับถือมากที่สุดได้แก่ เตียนอุยชาวเมืองตันลิว แฮหัวตุ้นนายทหารเอกญาติโจโฉนำมาฝาก เตียนอุยเป็นคนร่างใหญ่ กล้าหาญเข้มแข็ง เป็นนักฆ่าคนแก้แค้นแทนเพื่อน ฆ่าแล้วตัดศีรษะหิ้วเข้าตลาด ผู้คนมิกล้าเข้าใกล้ ชำนาญถือหอก 2 ง่ามหนัก 80 ชั่ง ขึ้นม้าชอบหนีบอาวุธไว้กับตัว ครั้งหนึ่งลมพายุพัดจัด เสาธงใหญ่หน้าค่ายเอนจะล้มลง เตียนอุยใช้มือข้างเดียวยันเสาธงขึ้นตรงดังเก่าได้อย่างง่ายดาย และเตียนอุยคนนี้แหละที่เคยช่วยชีวิตโจโฉรอดพ้นจากลิโป้ที่ปักเอี้ยง โจโฉเชื่อในปรัชญาเดียวกันกับอริสโตเติลที่บอกว่า ความดีของมนุษย์ต้องสิ้นสุด เมื่อเริ่มเล่นการเมือง การเลือกนายทหารโจโฉจึงเลือกบุคลากรที่เป็นทหารอาชีพ มีจิตวิญญาณเป็นทหารจริง ๆ โดยไม่ไฝ่โลภทางการเมือง บทเรียนชีวิตในอดีตของโจโฉผ่านประสบการณ์เลวร้ายจากการกระทำของบรรดาแม่ทัพนายกอง ที่นำการเมืองเข้ามาปะปน จนกลายเป็นกองทัพแห่งความโลภขวนขวายอันมิรู้สิ้นสุด โจโฉได้รับบทเรียนชีวิต ได้ เห็นผู้นำหลายคน ถูกทำลายจากความคิดผิดๆ ทางการเมืองทั้งสิ้น
|
|
|||||||||
|
|